การสร้างบรรยากาศที่ส่งเสริมสมาธิเริ่มต้นจากการแต่งห้องทำงาน เน้นการดึงธรรมชาติ (https://www.okamura.co.th/article/home-working-room-decoratives-ideas/)เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ทำงาน เช่น การใช้แสงธรรมชาติสลับกับ Task Lighting ที่มีความร้อนต่ำเพื่อลดความเครียดสะสม การเลือกโทนสีเย็นอย่างสีเขียวมินต์หรือสีเทาอ่อนจะช่วยให้ห้องดูโปร่งสบายและลดอาการล้าของดวงตา การจัดวางเฟอร์นิเจอร์ให้สอดคล้องกับทิศทางลมจะช่วยให้ระบบระบายอากาศทำงานได้ดี ลดการสะสมของคาร์บอนไดออกไซด์ที่ทำให้เกิดอาการง่วงซึมระหว่างวัน
(https://i.postimg.cc/L6MysHyC/2.png)
การจัดระบบจัดเก็บและจัดการสายไฟให้สะอาดตา
ในรายละเอียดเชิงฟังก์ชัน ควรเลือกชั้นวางของแบบ Built-in ที่ใช้พื้นที่ในแนวตั้งเพื่อเพิ่มพื้นที่ว่างบนโต๊ะทำงาน การจัดการสายไฟ (Cable Management) ด้วยรางซ่อนสายจะช่วยลดความวุ่นวายทางสายตาและเพิ่มความปลอดภัย สิ่งประดับตกแต่งอย่างภาพวาดนามธรรมหรือแจกันดอกไม้ช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ การเลือกวัสดุปูพื้นด้วยไม้ไวนิล (SPC) นอกจากจะให้ความสวยงามแล้วยังทนต่อรอยขีดข่วนจากล้อเก้าอี้และง่ายต่อการดูแลรักษาความสะอาดในระยะยาว มอบสุนทรียภาพที่ลงตัวควบคู่กับฟังก์ชันการใช้งาน
บทสรุปการปรับเปลี่ยนมุมทำงานให้เป็นพื้นที่แห่งความสำเร็จ
การมีพื้นที่ทำงานที่สวยงามและใช้งานง่ายช่วยเพิ่มความอยากทำงานมากขึ้น สรุปแล้วการแต่งห้องทำงานอย่างตั้งใจคือการสร้างระบบนิเวศการทำงานส่วนตัวที่ช่วยเพิ่ม Productivity ได้อย่างชัดเจน มอบความสุขในทุกนาทีที่ปฏิบัติหน้าที่และช่วยแยกโลกของการทำงานออกจากโลกส่วนตัวได้อย่างสมบูรณ์แบบ แม้จะเป็นการทำงานภายในที่พักอาศัยของตนเองก็ตาม