การให้อาหารสายยาง แก่ผู้ป่วยที่เป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต (https://dseelin.co.th/)
การให้อาหารทางสายยางในผู้ป่วยอัมพฤกษ์ อัมพาต (Stroke) มีเป้าหมายสำคัญคือการ "ป้องกันการสำลักลงปอด" และ "ฟื้นฟูกำลังกล้ามเนื้อ" เนื่องจากผู้ป่วยกลุ่มนี้มักมีปัญหาเรื่องการควบคุมกล้ามเนื้อที่ใช้ในการกลืน และการเคลื่อนไหวร่างกายที่จำกัด
แนวทางปฏิบัติที่ผู้ดูแลต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษครับ:
1. การจัดท่าทางเพื่อความปลอดภัย (Critical Step)
ผู้ป่วยอัมพฤกษ์ อัมพาตมักจะมีอาการสำลักได้ง่ายแม้เพียงน้ำลายตัวเอง ดังนั้นท่าทางขณะให้อาหารจึงสำคัญที่สุด:
จัดท่านั่ง: หากผู้ป่วยนั่งได้ ควรให้นั่งพิงพนัก 90 องศา หรือหากนอนบนเตียงต้องปรับศีรษะสูงอย่างน้อย 30–45 องศา
ประคองศีรษะ: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าศีรษะไม่อ่อนพับไปด้านหลังหรือด้านข้าง เพราะจะเปิดช่องให้ทางเดินอาหารย้อนกลับเข้าหลอดลมได้ง่าย
หลังให้อาหาร: ห้ามนอนราบทันที ต้องคงท่าศีรษะสูงไว้อย่างน้อย 1 ชั่วโมง เพื่อป้องกันกรดไหลย้อนและอาหารสำลัก
2. สารอาหารที่เน้นการฟื้นฟูระบบประสาทและกล้ามเนื้อ
โปรตีนคุณภาพสูง: เพื่อป้องกันภาวะกล้ามเนื้อลีบจากการนอนติดเตียง (เน้นไข่ขาว, อกไก่ปั่นละเอียด)
วิตามินบี 1, 6, 12: ช่วยบำรุงระบบประสาทที่สั่งการการเคลื่อนไหว
ใยอาหาร (Fiber): ผู้ป่วยอัมพาตมักมีปัญหา "ท้องผูก" รุนแรงเนื่องจากลำไส้เคลื่อนตัวช้า ควรผสมผักกาดขาวหรือแครอทต้มเปื่อยปั่นรวมไปในอาหารด้วย
3. การเฝ้าระวังปัญหาเฉพาะของผู้ป่วยอัมพาต
เช็กปริมาณอาหารตกค้าง: เนื่องจากลำไส้เคลื่อนตัวช้า อาหารอาจย่อยไม่หมดก่อนมื้อถัดไป ต้องใช้ไซริงค์ดูดเช็กเสมอก่อนเริ่มมื้อใหม่
ดูแลความสะอาดช่องปาก: แม้ไม่ได้ทานทางปาก แต่เชื้อแบคทีเรียในน้ำลายของผู้ป่วยอัมพาตจะสะสมหนาแน่น หากสำลักน้ำลายตัวเองลงปอดจะติดเชื้อรุนแรง (แปรงฟันหรือเช็ดปากวันละ 2 ครั้ง)
การกระตุ้นการกลืน: หากผู้ป่วยเริ่มมีอาการดีขึ้น ควรปรึกษานักกายภาพเพื่อฝึกกล้ามเนื้อการกลืนควบคู่ไปกับการให้อาหารทางสายยาง เพื่อโอกาสในการถอดสายยางในอนาคต
💡 เคล็ดลับ
สำหรับผู้ป่วยอัมพาตที่นอนติดเตียงนานๆ "น้ำดื่ม" สำคัญมากครับ นอกจากน้ำที่ให้ตามหลังอาหารแล้ว ควรให้จิบน้ำเปล่าผ่านสายยางเพิ่มระหว่างวัน เพื่อป้องกันนิ่วในกระเพาะปัสสาวะและช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานคล่องตัวขึ้นครับ