การยกระดับความกระชับของผิวในยุคนี้ก้าวไกลไปถึงการใช้เทคโนโลยี ulthera prime ที่โดดเด่นด้วยระบบ See-Plan-Treat (S.P.T.) (https://theritzclinic.com/product/ulthera-prime/) ที่ช่วยให้แพทย์เห็นภาพโครงสร้างชั้นผิวจริงแบบ Real-time ผ่านหน้าจอความละเอียดสูง พลังงาน Micro-Focused Ultrasound จะถูกส่งลงลึกถึงชั้น SMAS อย่างแม่นยำในรูปแบบของ TCP (Thermal Coagulation Points) ขนาดเล็กสม่ำเสมอ กระตุ้นให้เกิดการหดตัวของเนื้อเยื่อและเริ่มกระบวนการ Neocollagenesis หรือการสร้างคอลลาเจนใหม่ในชั้นลึกที่สุดโดยไม่ต้องผ่าตัด มอบผลลัพธ์การยกคิ้ว ปรับกรอบหน้า และลดความหย่อนคล้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพและยาวนาน
(https://i.postimg.cc/zDKBKPyT/7.png)
กลไกการทำงานของคลื่นเสียงความถี่สูงต่อชั้นพังผืด SMAS
จุดเด่นเชิงเทคนิคของเครื่องรุ่นนี้คือการส่งพลังงานความร้อนที่อุณหภูมิ 60-70 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นระดับที่เหมาะสมที่สุดในการกระตุ้นการเรียงตัวใหม่ของเส้นใยโปรตีนใต้ผิวหนัง ระบบ Visualization ช่วยให้แพทย์หลีกเลี่ยงการยิงพลังงานลงบนกระดูกหรือเส้นเลือดสำคัญ ลดความเสี่ยงจากการระคายเคืองและเพิ่มความสบายในระหว่างทำหัตถการ นอกจากนี้ยังช่วยให้สามารถออกแบบการยิงจำนวน Lines ให้สอดคล้องกับความหนาของชั้นไขมันและผิวหนังในแต่ละบุคคล ทำให้การรักษาเข้าถึงปัญหาความหย่อนคล้อยได้อย่างตรงจุดในระดับไมครอน
บทสรุปการปรับรูปหน้าให้ดูอ่อนเยาว์และเป็นธรรมชาติ
หลังการรับบริการ ผิวจะเริ่มกระบวนการฟื้นฟูตัวเองอย่างต่อเนื่องและเห็นผลลัพธ์ชัดเจนที่สุดในช่วงเดือนที่ 3 สรุปแล้วการทำ ulthera prime คือการลงทุนกับโครงสร้างผิวที่คุ้มค่า เนื่องจากให้ผลลัพธ์ที่อยู่ได้นาน 12-18 เดือน การเลือกรับบริการกับสถานพยาบาลที่ใช้เครื่องแท้และแพทย์มีทักษะการวิเคราะห์ชั้นผิวที่เชี่ยวชาญ จะช่วยการันตีความปลอดภัยและมอบภาพลักษณ์ที่ดูดีขึ้นอย่างสง่างามโดยไม่เปลี่ยนแปลงโครงสร้างพื้นฐานของใบหน้าจนดูผิดธรรมชาติ