• Welcome to Phuket forum เว็บบอร์ด ภูเก็ต.
 

ข่าว:

SMF - Just Installed!

Main Menu

กระทู้ล่าสุด

#11
การรับประทานอาหารกับการจัดฟันเด็ก

การรับประทานอาหารถือเป็นเรื่องที่สำคัญสำหรับการดำรงชีวิต ซึ่งการเลือกรับประทานอาหารที่เหมาะสม และมีประโยชน์ ก็จะช่วยทำให้ร่างกายของเรามีสุขภาพที่แข็งแรง การรับประทานอาหารนั้น เราจะต้องใช้ช่องปากและฟันของเราเพื่อบดเคี้ยวอาหาร เพราะฉะนั้น ในเรื่องของสุขภาพช่องปากและฟันของเรา จึงมีความสำคัญไม่แพ้กันกับอวัยวะส่วนอื่นที่เราจะต้องดูแลเอาใจใส่ให้มากเป็นพิเศษ

นอกจากนี้ สุขภาพช่องปากและฟันของเราก็ยังส่งผลต่อการบดเคี้ยวอาหารด้วย เพราะถ้าเรามีลักษณะฟันที่มีการสบฟันที่ผิดปกติ ก็อาจจะทำให้การบดเคี้ยวอาหารได้ไม่ดีเท่าที่ควร หลายคนมักจะต้องเจอปัญหาดังกล่าว และยิ่งถ้าหากเรามีฟันที่ปกติแล้วการรับประทานอาหารก็ถือเป็นอุปสรรคอย่างหนึ่งอาจจะส่งผลต่อสุขภาพร่างกายโดยรวมของเราได้

สำหรับคนที่มีปัญหาในเรื่องของการสบฟันผิดปกติหรือรูปร่างฟัน ส่วนใหญ่ก็จะเลือกใช้วิธีการเข้ารับการรักษาด้วยการจัดฟันเพราะจะสามารถแก้ไขปัญหาฟันได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมไปถึงในวัยเด็กที่มีการสบฟันที่ผิดปกติก็สามารถเข้ารับการจัดฟันได้แล้ว ดังนั้น ในเรื่องของการรับประทานอาหารก็อาจจะส่งผลต่อการจัดฟันด้วยเช่นเดียวกันเนื่องจากในวัยเด็กมักจะมีอาหารที่ชื่นชอบ นั่นก็คือ ของหวาน ขนม ลูกอมต่างๆ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกที่เด็กๆในวัยนี้จะชื่นชอบอาหารที่มีรสหวาน ซึ่งนั่นก็หมายความว่าจะส่งผลต่อสุขภาพช่องปากและฟันได้

เพราะการรับประทานอาหารที่หวานหรือมีน้ำตาลเป็นจำนวนมากจะส่งผลให้เด็กเกิดฟันผุได้ ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดการสูญเสียฟันและทำให้เกิดช่องว่างระหว่างฟันทำให้ยิ้มไม่มั่นใจ ซึ่งการรับประทานอาหารนั้น ก็ส่งผลต่อการจัดฟันของเด็กและในวันนี้ทางคลินิกเราจะมาพูดถึงเรื่องของการรับประทานอาหารกับการจัดฟันในเด็กว่าส่งผลกระทบอย่างไรบ้างและควรที่จะป้องกันอย่างไรไม่ให้เกิดปัญหาอื่นๆตามมา

สำหรับการรับประทานอาหารของเด็ก จริงๆแล้ว ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และหลีกเลี่ยงอาหารที่ส่งผลเสียต่อร่างกาย รวมไปถึงสุขภาพช่องปากและฟันด้วยแต่ในทางกลับกันเด็กมักนิยมรับประทานอาหารของหวาน เช่น ขนม ลูกอม ซึ่งเรียกว่าเป็นอาหารประเภทที่หลายคนชื่นชอบ ซึ่งอาจจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะทำให้เกิดฟันผุและเกิดปัญหาเกี่ยวกับช่องปากและฟัน

โดยเฉพาะเด็กที่เข้ารับการจัดฟันในเรื่องของการรับประทานอาหารนั้น จะต้องระมัดระวังให้มากเป็นพิเศษ หลายคนคงทราบกันดีอยู่แล้วว่า การเข้ารับการจัดฟันนั้นเราจะมีเครื่องมือการจัดฟันอยู่ภายในช่องปากและเครื่องมือเหล่านี้ก็เป็นชนิดเหล็กแบบติดแน่น ซึ่งก็สามารถหลุดออกได้หากกระทบกับของแข็ง เช่น อาหารที่มีความแข็ง ขนม ลูกอมต่างๆ เพราะฉะนั้น หลังจากติดเครื่องมือการจัดฟันแล้ว พ่อแม่ผู้ปกครองควรดูแลบุตรหลานของท่านในเรื่องของการรับประทานอาหาร ควรเลือกอาหารให้ลูกอย่างเหมาะสม เพื่อที่จะไม่เป็นอุปสรรคในการรับประทานอาหาร
#12
Doctor At Home: ฝีดาษลิง (Mpox/Monkeypox)

ฝีดาษลิง (ฝีดาษวานร ก็เรียก) เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่พบในสัตว์ฟันแทะและลิง* พบในคนครั้งแรกที่ประเทศคองโกในปี 2513 และต่อมาพบระบาดกลายเป็นโรคประจำถิ่นในทวีปแอฟริกา เริ่มพบระบาดไปนอกแอฟริกาเป็นครั้งแรกคือสหรัฐอเมริกาในปี 2546 และในปี 2564 พบผู้ป่วยชาวอเมริกัน 1 รายซึ่งกลับจากการไปท่องเที่ยวที่ประเทศไนจีเรีย นับแต่ปี 2565 เป็นต้นมา พบระบาดในทวีปต่าง ๆ ทั่วโลก**

โรคนี้จะทำให้มีอาการไข้และผื่นตุ่มขึ้น คล้ายโรคฝีดาษหรือไข้ทรพิษ (smallpox) แต่มีความรุนแรงน้อยกว่า โดยมีผื่นอยู่นานเป็นสัปดาห์ ๆ ซึ่งจะหายได้เองเป็นส่วนใหญ่

กลุ่มที่เสี่ยงต่อการเป็นโรคนี้ ได้แก่ ผู้ที่เดินทางเข้าไปในพื้นที่ที่มีการระบาด (เช่นในประเทศแถบแอฟริกา), ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ติดเชื้อ (โดยเฉพาะอย่างกลุ่มชายรักร่วมเพศ ผู้ที่ทำงานด้านบริการทางเพศ ผู้ที่มีคู่นอนหลายคน), ผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดหรืออาศัยอยู่ในบ้านเดียวกันกับผู้ติดเชื้อ, ผู้ที่มีโอกาสสัมผัสกับสัตว์ที่ติดเชื้อ

*เนื่องจากพบโรคนี้ระบาดในลิงในห้องทดลองเป็นครั้งแรกในปี 2501 จึงได้ชื่อว่า ฝีดาษลิง ซึ่งเดิมใช้ชื่อว่า Monkeypox ปัจจุบันองค์การอนามัยโลกขอให้ใช้ชื่อว่า Mpox แทน

**เมื่อ 23 กรกฎาคม 2565 องค์การอนามัยโลกประกาศให้การระบาดของโรคฝีดาษลิงเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขของโลก เนื่องจากได้พบผู้ติดเชื้อกว่า 16,000 รายใน 75 ประเทศทั่วโลก ในจำนวนนี้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย หลังจากสถานการณ์ผู้ป่วยเริ่มลดลง ในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม 2566 องค์การอนามัยประกาศให้โรคนี้พ้นจากภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ

ในไทยมีรายงานผู้ป่วยรายแรกซึ่งเป็นชาวไนจีเรียที่เดินทางมาที่ภูเก็ตเมื่อ 21 กรกฏาคม 2565 หลังจากนั้นพบมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ มีรายงาน (เมื่อวันที่ 4 พ.ย. 2566) ว่าพบผู้ป่วยจำนวนทั้งสิ้น 582 ราย ใน 37 จังหวัดทั่วประเทศ เกือบร้อยละ 60 ของผู้ป่วยทั้งหมดอยู่ในกรุงเทพฯ ทั้งนี้ ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชายรักร่วมเพศ ส่วนใหญ่พบในคนอายุ 30-39 ปี รองลงมาคือช่วงอายุ 20-29 ปี อย่างไรก็ตาม โรคนี้พบได้ในคนทุกเพศทุกวัยที่มีประวัติสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย

สาเหตุ

เกิดจากเชื้อไวรัสกลุ่ม orthopoxvirus* (ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับเชื้อไวรัสโรคฝีดาษหรือไข้ทรพิษ) โรคนี้สามารถติดต่อได้ 2 ทาง ได้แก่

1. จากคนสู่คน เชื้อสามารถเข้าสู่ร่างกายผ่านทางผิวหนัง (ที่มีรอยแยก) เยื่อเมือก (เช่น เยื่อบุตา ช่องปาก คอหอย ช่องคลอด องคชาต ทวารหนัก) หรือทางเดินหายใจ

การติดเชื้อส่วนใหญ่เกิดจากการสัมผัสถูกผื่น ตุ่ม น้ำหนอง แผลที่ผิวหนัง สารคัดหลั่ง (เช่น น้ำมูก น้ำลาย เสมหะ น้ำตา) ของผู้ติดเชื้อ หรือสัมผัสถูกบริเวณทวารหนักหรือช่องคลอดของผู้ติดเชื้อ โดยการสัมผัสอย่างแนบชิด เช่น การนวด การกอด จูบ หรือการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ติดเชื้อ แต่ก็สามารถพบในคนทั่วไปที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ บางรายอาจเกิดจากการใช้ของร่วมกับผู้ติดเชื้อ เช่น ผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัว ผ้าห่ม ผ้าปูที่นอน หมอน เป็นต้น

นอกจากนี้ยังพบว่ามีการติดเชื้อจากมารดาสู่ทารกผ่านทางรกขณะอยู่ในครรภ์ หรือจากการสัมผัสใกล้ชิดหลังคลอด

ส่วนการติดเชื้อจากการสูดละอองฝอยที่ผู้ติดเชื้อไอ จาม หรือหายใจรดนั้นพบได้เป็นส่วนน้อย ผู้ป่วยมักต้องมีการสัมผัสแบบตัวต่อตัว (เช่น การพูดคุยกันอย่างใกล้ชิด) เป็นเวลานาน ๆ

2. จากสัตว์สู่คน ส่วนใหญ่ติดเชื้อมาจากสัตว์ฟันแทะ (เช่น หนู กระรอก กระแต กระต่าย) โดยการสัมผัสถูกเลือด สารคัดหลั่ง ผื่นหรือตุ่มหนองของสัตว์ หรือถูกสัตว์ติดเชื้อกัดหรือข่วน หรือกินเนื้อสัตว์ติดเชื้อที่ปรุงไม่สุก การติดเชื้อจากสัตว์พบได้เป็นส่วนน้อย และมักพบในพื้นที่ที่มีโรคนี้เป็นโรคประจำถิ่น (เช่นแอฟริกา)

ระยะฟักตัว 5-21 วัน

*เชื้อไวรัสฝีดาษลิงที่พบในแอฟริกาแบ่งเป็น 2 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์ชนิดที่ 1 (สายพันธุ์คองโก) และสายพันธุ์ชนิดที่ 2 (สายพันธุ์แอฟริกาตะวันตก) สายพันธุ์ชนิดที่ 1 พบในแอฟริกากลาง (เช่น คองโก) มีอัตราการเสียชีวิตร้อยละ 10 ส่วนสายพันธุ์ชนิดที่ 2 พบในแอฟริกาตะวันตก (เช่น ไนจีเรีย) และมีความรุนแรงน้อยกว่าสายพันธุ์ชนิดที่ 1 คือมีอัตราการเสียชีวิตร้อยละ 1-3 การระบาดที่เกิดขึ้นทั่วโลกตั้งแต่ปี 2565 เกิดจากสายพันธุ์ชนิดที่ 2


อาการ

ระยะแรก จะมีอาการไข้ หนาวสั่น อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดหลัง ต่อมน้ำเหลืองโตทั่วร่างกาย บางรายอาจมีอาการเจ็บคอ เจ็บทวารหนัก อาเจียน หรือท้องเดินร่วมด้วย

ระยะต่อมา (หลังมีไข้ 1-3 วัน) จะมีผื่นตุ่มขึ้นจำนวนมากตามบริเวณใบหน้าและแขนขา (มากกว่าลำตัว) ซึ่งมักจะขึ้นที่ใบหน้าก่อน แล้วกระจายไปตามแขนขา โดยเริ่มแรกขึ้นเป็นผื่นแดงหรือปื้นนูนแดง ต่อมาจะกลายเป็นตุ่มน้ำใส ซึ่งอาจรู้สึกปวดเจ็บ แสบร้อน หรือคัน ต่อมาจะกลายเป็นตุ่มหนอง และกลายเป็นสะเก็ด แล้วในที่สุดก็จะหลุดลอกไป ผื่นตุ่มเหล่านี้จะเป็นอยู่นานประมาณ 2-4 สัปดาห์ (ในรายที่มีภูมิคุ้มกันต่ำอาจนานกว่านี้) หลังตกสะเก็ดอาจเกิดรอยโรคหรือแผลเป็นได้ เนื่องจากผื่นตุ่มของโรคนี้จะกินถึงผิวหนังชั้นลึก

บางรายอาจมีผื่นตุ่มที่บริเวณมือ (รวมทั้งฝ่ามือ) เท้า (รวมทั้งฝ่าเท้า) เยื่อบุในช่องปาก คอหอย อวัยวะเพศ เยื่อบุตาขาว และกระจกตาได้

บางรายอาจมีอาการต่างไปจากลักษณะที่พบในผู้ป่วยส่วนใหญ่ดังกล่าวข้างต้น เช่น มีเพียงไข้ต่ำ ๆ หรือมีผื่นตุ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย หรือมีอาการผื่นขึ้นก่อนหรือพร้อมกับอาการอื่น ๆ ไม่มีอาการต่อมน้ำเหลืองโต ซึ่งอาจทำให้คิดว่าไม่ใช่โรคฝีดาษลิง และละเลยการป้องกันการแพร่เชื้อให้ผู้อื่น

ภาวะแทรกซ้อน

เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ และผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ (เช่น ผู้ป่วยเอดส์) มีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน อาทิ

    คออักเสบ ซึ่งอาจรุนแรงจนทำให้กลืนลำบาก
    ทวารหนักอักเสบ ซึ่งอาจรุนแรงจนทำให้ถ่ายอุจจาระลำบาก
    ผื่นตุ่มที่ผิวหนังเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน
    ภาวะโลหิตเป็นพิษจากเชื้อเข้ากระแสโลหิต 
    การติดเชื้อที่กระจกตา ซึ่งอาจรุนแรงทำให้ตาบอดได้
    ปอดอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ สมองอักเสบ
    หญิงตั้งครรภ์ที่เป็นโรคฝีดาษลิง อาจทำให้ทารกตายในครรภ์ แท้งบุตร ทารกคลอดก่อนกำหนด


การวินิจฉัย

แพทย์จะวินิจฉัยเบื้องต้นจากอาการ ประวัติการเจ็บป่วย และการตรวจร่างกาย ซึ่งมีสิ่งตรวจพบ ดังนี้

ไข้ มากกว่า 38 องศาเซลเซียส

ต่อมน้ำเหลืองโต ซึ่งถือเป็นจุดเด่นที่สังเกตได้ของโรคนี้ สามารถเกิดขึ้นได้ตามจุดต่าง ๆ ที่สัมผัสโรค เช่น คอ ไหปลาร้า รักแร้ ข้อศอก เป็นต้น

ผื่นแดง ตุ่มน้ำใส ตุ่มหนอง ตามใบหน้า แขนขา ฝ่ามือ ฝ่าเท้า

แพทย์จะทำการวินิจฉัยให้แน่ชัด โดยการตรวจหาสารพันธุกรรม (ดีเอ็นเอ) ของเชื้อจากน้ำหรือหนองจากตุ่มที่ผิวหนังด้วยเทคนิค polymerase chain reaction (PCR) ในกรณีที่ไม่พบผื่นตุ่มที่ผิวหนัง จะตรวจจากสารคัดหลั่งในลำคอ หรือทวารหนัก ซึ่งเก็บตัวอย่างโดยการใช้ไม้ป้ายคอหอย (oropharyngeal swab) หรือไม้ป้ายทวารหนัก (anal/rectal swab)


การรักษาโดยแพทย์

แพทย์จะให้การรักษาโรคนี้ ดังนี้

    ในรายที่อาการไม่รุนแรงและไม่มีภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง จะให้การรักษาตามอาการ เช่น ยาแก้ปวดลดไข้ (พาราเซตามอล หรือไอบูโพรเฟน) ยาแก้คัน (เช่น ยาแก้แพ้ คาลาไมน์โลชั่น), ให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดดำในรายที่กินไม่ได้หรือมีภาวะขาดน้ำ, ให้ยาปฏิชีวนะในรายที่ผื่นตุ่มมีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน เป็นต้น
    ในรายที่มีอาการรุนแรงหรือมีภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง แพทย์จะรับผู้ป่วยไว้รักษาในโรงพยาบาล และให้การรักษาภาวะผิดปกติที่พบ (เช่น ปอดอักเสบ สมองอักเสบ กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ)

ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงบางราย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ หรือมีโรคประจำตัว แพทย์อาจพิจารณาให้ยาต้านไวรัส ได้แก่ tecovirimat (หรือ TPOXX) ซึ่งเป็นยาที่ใช้รักษาโรคไข้ทรพิษ

ผลการรักษา ส่วนใหญ่มักจะหายได้ภายใน 2-4 สัปดาห์โดยการรักษาตามอาการ ส่วนผู้ที่มีภาวะแทรกซ้อนรุนแรง หากได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีก็มักจะหายได้เป็นปกติ มีส่วนน้อยที่อาจมีความพิการ (เช่น ในรายที่เป็นสมองอักเสบที่รุนแรง) หรือเสียชีวิต


การดูแลตนเอง

หากสงสัย เช่น มีไข้ ต่อมน้ำเหลืองโต มีผื่นตุ่มขึ้นตามผิวหนัง และมีประวัติสัมผัสผู้ป่วยฝีดาษลิง ควรปรึกษาแพทย์โดยเร็ว

เมื่อตรวจพบว่าเป็นโรคฝีดาษลิง ควรดูแลตนเองดังนี้

    รักษาและปฏิบัติตัวตามที่แพทย์แนะนำ และติดตามรักษากับแพทย์ตามนัด
    แยกตัวออกจากผู้อื่นทันที แยกห้องนอน ห้องน้ำ แยกของใช้ และงดการมีเพศสัมพันธ์จนกว่าแผลจะตกสะเก็ด (ระยะที่เป็นตุ่มน้ำใส และตุ่มหนอง สามารถแพร่เชื้อให้ผู้อื่นได้)
    สวมหน้ากากอนามัย ถ้ามีคนอื่นอยู่ในบริเวณใกล้เคียง
    หมั่นล้างมือบ่อย ๆ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนหรือหลังสัมผัสผื่นตุ่ม)
    กินอาหารสุขภาพ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และดื่มน้ำมาก ๆ 
    ถ้ามีแผลในปาก ให้ใช้น้ำเกลือกลั้วปากวันละ 4 ครั้ง
    หลีกเลี่ยงการสัมผัสวัตถุหรือพื้นผิวที่ผู้อื่นใช้ร่วม เช่น ลูกบิดประตู โต๊ะ เก้าอี้ รีโมตทีวี เป็นต้น หากเลี่ยงไม่ได้ หลังสัมผัส ควรใช้แอลกอฮอล์เช็ดทำความสะอาดทันที
    ตัดเล็บให้สั้น และห้ามแคะ แกะ เกาผื่นหรือตุ่ม เพราะการแคะ แกะ เกาอาจทำให้ผื่นตุ่มหายช้า แพร่กระจายผื่นตุ่มไปยังบริเวณอื่นของร่างกาย อาจทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน และกลายเป็นแผลเป็นได้

ควรกลับไปพบแพทย์ก่อนนัด ถ้ามีอาการผิดปกติ (เช่น เจ็บหน้าอกมาก หอบหรือหายใจลำบาก รู้สึกเหนื่อยง่าย ซึมมาก ไม่ค่อยรู้สึกตัว ชัก แขนขาอ่อนแรง ปวดศีรษะมาก อาเจียน กินไม่ได้ แผลเป็นหนองหรือสงสัยว่ามีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน) หรือมีอาการที่สงสัยว่าเป็นผลข้างเคียงจากยาหรือแพ้ยา

สำหรับผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ (เช่น อยู่ในบ้านเดียวกัน เป็นสามีภรรยาหรือมีเพศสัมพันธ์กัน มีการพูดคุยกันอย่างใกล้ชิด) ควรสังเกตอาการของตนเอง และแยกตัวเองออกจากผู้อื่น หากมีอาการผิดสังเกต ควรไปปรึกษาแพทย์โดยเร็ว

การป้องกัน

    หลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้ป่วย และไม่นำมือไปสัมผัสผื่น ตุ่ม หนอง ของผู้ติดเชื้อ
    ออกห่างจากผู้ติดเชื้อ หรือผู้ที่มีประวัติสัมผัสผู้ป่วย แยกห้องนอน ห้องน้ำ แยกของใช้ และงดการมีเพศสัมพันธ์กับคนเหล่านี้
    หลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์หรือสารคัดหลั่งของสัตว์ที่อาจเป็นพาหะ (เช่น สัตว์ฟันแทะ ลิง) ไม่กินเนื้อสัตว์ไม่ปรุงสุก
    ในช่วงที่มีการระบาด หมั่นสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือด้วยน้ำกับสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์บ่อย ๆ หลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสใบหน้า ตา จมูก และไม่ใช้ของร่วมกับผู้อื่น


ข้อแนะนำ

1. ฝีดาษลิงเป็นโรคประจำถิ่นในแถบแอฟริกามานาน แต่เพิ่งมีการระบาดไปทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยเมื่อปี 2565 ดังนั้น หากมีไข้ และผื่นตุ่มขึ้นตามตัว นอกจากมีสาเหตุจากอีสุกอีใส โรคมือ เท้า ปาก เริม งูสวัดแล้ว ก็ควรนึกว่าอาจเกิดจากโรคฝีดาษลิงนี้ก็ได้ (ตรวจอาการ "ไข้ร่วมกับมีผื่นหรือตุ่มขึ้น" เพิ่มเติม)

โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคฝีดาษลิงจะมีผื่น ตุ่มน้ำใส และตุ่มหนองขึ้นกระจายไปทั่วร่างกายในลักษณะแบบเดียวกับอีสุกอีใส ต่างกันตรงที่ฝีดาษลิงจะมีต่อมน้ำเหลืองโตตามคอ ไหปลาร้า รักแร้ ข้อศอก ซึ่งมักไม่พบในอีสุกอีใส ส่วนอีสุกอีใสมักจะติดต่อกันได้ง่ายกว่าฝีดาษลิง อย่างไรก็ตาม หากพบอาการไข้และผื่นตุ่มขึ้นในกลุ่มชายรักร่วมเพศ หรือผู้ที่มีประวัติสัมผัสโรคฝีดาษลิง ควรสงสัยว่าเป็นฝีดาษลิงมากกว่าอีสุกอีใส ซึ่งควรให้แพทย์วินิจฉัยโดยเร็ว

2. โรคนี้เกิดจากการสัมผัสแบบแนบชิดกันเป็นหลัก ซึ่งพบในกลุ่มเสี่ยงบางกลุ่ม (เช่น กลุ่มชายรักร่วมเพศ ผู้ที่มีเพศสัมพันธ์กับผู้ติดเชื้อ ผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่อยู่ในบ้านด้วยกัน) ไม่ได้แพร่ในที่สาธารณะอย่างกว้างขวางเช่นโรคโควิด-19 สามารถป้องกันด้วยการหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย

3. สำหรับผู้ที่มีประวัติติดโรคฝีดาษลิงจากการมีเพศสัมพันธ์ แพทย์จะทำการตรวจว่ามีโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ชนิดอื่น (เช่น เอชไอวี ซิฟิลิส หนองใน หนองในเทียม) ร่วมด้วยหรือไม่ หากพบก็จะให้การรักษาควบคู่ไปด้วย

4. ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันโรคฝีดาษลิง ซึ่งมีใช้ในประเทศที่มีการระบาดของโรคนี้อย่างรุนแรง สำหรับบ้านเรา เนื่องจากโรคนี้ยังไม่ถือเป็นการระบาด จึงยังไม่มีวัคซีนชนิดนี้

ผู้ที่เคยได้รับการปลูกฝีป้องกันโรคฝีดาษมาก่อน จะมีภูมิคุ้มกันที่ช่วยปัองกันโรคฝีดาษลิง และมีความเสี่ยงต่อการติดโรคฝีดาษลิงน้อยกว่าผู้ที่ไม่เคยปลูกฝี ในบ้านเราการปลูกฝีได้ยกเลิกไปตั้งแต่ปี 2517 เนื่องจากโรคฝีดาษถูกกำจัดหมดไปจากโลก
#13
โรคปอดอักเสบ อันตรายที่ไม่ควรมองข้าม

โรคปอดอักเสบ (Pneumonia) หรือที่คนทั่วไปเรียกว่า "ปอดบวม" เป็นการติดเชื้อในปอดที่ทำให้ถุงลมในปอดเกิดการอักเสบและบวม ส่งผลให้มีหนองและของเหลวสะสมอยู่ในปอด ทำให้ประสิทธิภาพในการหายใจลดลง หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิตได้


สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดโรค

โรคปอดอักเสบส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อ ซึ่งมีหลายชนิด ดังนี้

แบคทีเรีย: เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด สามารถเกิดขึ้นได้เอง หรือเกิดขึ้นหลังจากเป็นหวัดหรือไข้หวัดใหญ่

ไวรัส: เช่น ไวรัสไข้หวัดใหญ่ (Influenza virus), ไวรัส RSV, และไวรัส SARS-CoV-2 (โควิด-19)

เชื้อรา: พบได้น้อยกว่าและมักเกิดขึ้นในผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ


อาการที่ต้องเฝ้าระวัง

อาการของโรคปอดอักเสบอาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน แต่โดยทั่วไปแล้วมักมีอาการดังนี้

ไอมีเสมหะ: อาจมีเสมหะสีเหลือง เขียว หรือมีเลือดปน

ไข้สูง และหนาวสั่น: เป็นอาการที่พบบ่อยในช่วงแรก

หายใจหอบเหนื่อย: หายใจสั้น หายใจลำบาก หรือรู้สึกเหมือนหายใจไม่ทั่วท้อง

เจ็บหน้าอก: โดยเฉพาะเมื่อหายใจเข้าลึกๆ หรือเวลาไอ

อ่อนเพลีย: รู้สึกไม่มีแรง และเบื่ออาหาร


กลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงในการเป็นโรคปอดอักเสบที่รุนแรง ได้แก่

เด็กเล็ก (อายุน้อยกว่า 2 ปี)

ผู้สูงอายุ (อายุมากกว่า 65 ปี)

ผู้ที่มีโรคประจำตัว: เช่น โรคเบาหวาน, โรคหัวใจ, หรือโรคปอดเรื้อรัง (หอบหืด, ถุงลมโป่งพอง)

ผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ: เช่น ผู้ป่วย HIV หรือผู้ที่รับประทานยากดภูมิคุ้มกัน

ผู้ที่สูบบุหรี่

หากคุณหรือคนใกล้ตัวมีอาการที่น่าสงสัย ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยทันที เพราะการรักษาที่ทันท่วงทีจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนและทำให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น
#14
จัดฟันบางนา: รู้ได้อย่างไร ฟันซี่ไหนควร ถอน ?

เชื่อว่าหลายคนคงทราบกันดีอยู่แล้วว่า การถอนฟัน คือหนึ่งในการแก้ปัญหาเกี่ยวกับช่องปากที่รวดเร็วที่สุด แต่สิ่งที่ต้องแรกมาคือการสูญเสียฟันแท้ตามธรรมชาติที่เรียกได้ว่าจำเป็นที่สุดออกเช่นกัน  อย่างไรก็ตามทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะทำการตรวจเช็คสภาพฟันและวินิจฉัยก่อนว่า ฟันแต่ละซี่ที่มีปัญหา ควรถอน หรือ ควรจะใช้วิธีการรักษาแบบอื่น การถอนฟันจึงกลายเป็นวิธีสุดท้ายสำหรับฟันที่ไม่รักษาให้หายได้แล้ว

ซึ่งหลายๆคนคงไม่ทราบว่าฟันแบบไหนบ้างที่จำเป็นต้องถอนเนื่องจากรักษาไม่ได้ ซึ่งจริงๆแล้วทันตแพทย์จะเป็นผู้วินิจฉัยเอง แต่ในวันนี้จะมาบอกเกร็ดความรู้เล็กๆน้อยๆว่าฟันเสียแบบไหนที่จำเป็นต้องถอนฟันบ้างดังต่อไปนี้


ภาวะฟันแบบไหนที่จำเป็นต้อนถอน ?

– ฟันทะลุโพรงประสาทฟัน หรือ ฟันที่เริ่มมีหนองปลายรากฟัน และมีอาการบวมอย่างมาก จำเป็นต้องถอนออกเนื่องจากไม่สามารถรักษาด้วยทันตกรรมรูปแบบอื่นได้

– ฟันที่เป็นโรคปริทันต์รอบๆตัวฟัน หรือมีหนองร่วมด้วย อันนี้ก็จำเป็นที่จะต้องถอนออกโดยเร่งด่วนไม่งั้นอาจจะลามไปที่ฟันซี่อื่นได้อีกด้วย

– ฟันที่ได้รับอุบัติเหตุในลักษณะฟันหัก หรือขากรรไกรหักผ่านฟัน ซึ่งทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่จะไม่เลือกที่จะรักษาวิธีอื่นนอกจากถอนฟันทิ้ง เพราะ การใช้วิธีอื่นมีแต่จะยืดเยื้อและโอกาสสำเร็จไม่มีนั่นเอง

– ฟันคุด หรือ ฟันหายไม่สามารถขึ้นมาในช่องปากได้ตามปกติ จำเป็นต้องถอนวิธีเดียวเท่านั้น

– ฟันที่มีพยาธิ หรือ มีถุงน้ำหนอง หรือเนื้องอก

– ฟันเกินที่อยู่ในลักษณะที่ไม่เป็นระเบียบ

– ฟันที่ขึ้นตำแหน่งที่ผิดปกติ ไม่ได้ใช้งานเป็นส่วนเกิน การถอนออกเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อไม่ให้มีปัญหากับฟันซี่อื่น


วิธีการเตรียมตัวก่อนการถอนฟัน ?

– เตรียมสภาพร่างกายให้พร้อม คือ นอนหลับให้เพียงพอหากรู้วันที่แน่นอนว่าจะต้องไปถอนฟันในวันใด

– เตรียมสภาพจิตใจให้พร้อม อย่ากลัว อย่าให้เกิดความเครียดจนเกินไป หากว่าเกิดความเครียดมากๆที่ขนาดหัวใจเต้นแรงรับไม่ไหว ให้แจ้งทันตแพทย์ก่อนทำการถอนฟัน

– รับประทานอาหารให้พร้อมก่อนการถอนฟัน เพราะเนื่องจากว่าหากถอนฟันไปแล้ว ยังคงไม่สามารถรับประทานอาหารได้

– ไม่ควรรับประทานอาหารมากเกินไป เนื่องจากอาจจะเกิดอาการแทรกซ้อนภายหลังจากการถอนฟันได้เช่น ทางเดินหายใจอุดตันจากการสำลักอาหาร

– ผู้ที่มีโรคประจำตัวเช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือ โรคเกี่ยวกับเลือดต่างๆ ควรบอกทันตแพทย์อย่างละเอียด เพื่อให้ทันตแพทย์ได้เตรียมการป้องกันหลังจากการทำการถอนฟัน เป็นเป็นการรับลองความปลอดภัยของตัวท่านเอง


ถอนฟันทำอย่างไร ?

– ก่อนอื่นเลยทันตแพทย์จะทำการตรวจสอบประวัติของคนไข้ โดยจะตรวจสอบประวัติทางทันตกรรม และทางการแพทย์อย่างละเอียด แล้วจึงทำการเอ็กซ์เรย์ฟัน

– ที่ทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจำเป็นต้องทำการเอ็กซ์เรย์ก่อนเนื่องจากว่าจะได้เห็นภาพความยาว รูปร่าง ตำแหน่ง และกระดูกบริเวณรอบๆของฟันซี่ที่ต้องการจะถอน เพื่อให้ทันตแพทย์ได้ทำการประเมิน เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในช่องปากให้มากขึ้นไปอีก

– เมื่อเตรียมตัวทุกอย่างพร้อมแล้ว และกำลังเข้าสู่กระบวนการถอนฟัน ทันตแพทย์จะใช้ยาชาบริเวณรอบๆฟันที่กำลังจะถอนก่อน

– เมื่อบริเวณดังกล่าวเริ่มที่จะชาแล้ว ทันตแพทย์จะเริ่มทำการแซะฟันเพื่อให้หลวมจากเหงือก จากนั้นทันตแพทยืผู้เชี่ยวชาญจะใช้คีมดึงฟันซี่ที่หลวมออกจากเหงือก เมื่อฟันหลุดออกไปเรียบร้อยแล้ว ทันตแพทย์จะทำการปรับสภาพกระดูกด้านล่างให้มีความเรียบเนียนขึ้น และอาจจะทำการปิดปากแผลด้วยการเย็บ


ข้อควรปฏิบัติหลังจากการถอนฟัน ?

– กัดผ้าก็อซที่ทันตแพทย์ให้ไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง หากมีเลือดออกหรือน้ำลายให้กลืน ห้ามถุยออก และห้ามดูดแผลเด็ดขาด

– เมื่อกัดผ้าก็อซครบ 1 ชั่วโมงแล้ว ให้ทำการเอาผ้าก็อซออก แต่หากว่าเลือดยังไม่หยุดไหลให้เปลี่ยนผ้าก็อซผืนใหม่และกัดต่อไปจนกว่าเลือดจะหยุดไหล

– ยาชาจะมีฤทธิ์ประมาณ 2 ชั่วโมง หากหมดฤทธิ์แล้วเริ่มมีอาการปวดให้รับประทานยาตามที่ทันตแพทย์ให้มา

– ให้ทำการประคบอุ่น เพื่อไม่ให้แผลเกิดอาการบวม

– งดการสูบบุหรี่ หรือดื่มเครื่องดื่มมีแอลกฮอล์ เป็นเวลา 24 ชั่วโมง

– หลีกเลี่ยงการแปรงฟันบริเวณที่ทำการถอนฟันประมาณ 2 วัน เพื่อไม่ให้เกิดการอักเสบ
#15
ที่เที่ยวไทย เมืองจีนในไทย ศูนย์วัฒนธรรมไทย-จีน อุดรธานี จิบชา ถ่ายรูปสวยๆ

ศูนย์วัฒนธรรมไทย-จีน จังหวัดอุดรธานี เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามและเงียบสงบ ให้บรรยากาศเหมือนได้เดินทางไปท่องเที่ยวที่ประเทศจีนอย่างแท้จริง โดยไม่ต้องเดินทางไกล และเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการจิบชาและถ่ายรูปสวยๆ

บรรยากาศและจุดเด่น
ศูนย์วัฒนธรรมแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานรำลึกถึงความสัมพันธ์ระหว่างชาวไทยและชาวไทยเชื้อสายจีนในจังหวัดอุดรธานี โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์จีนที่ประณีตงดงาม ทั้งศาลาแบบจีนโบราณ สวนหย่อมที่จัดตกแต่งอย่างสวยงาม และบ่อน้ำขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางพื้นที่ ทำให้เป็นมุมถ่ายรูปที่สวยงามในทุกจุด

นอกจากนี้ ภายในยังมี ศาลเจ้าปู่-ย่า ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยเชื้อสายจีนในอุดรธานี และเป็นสถานที่สำคัญในการจัดงานเทศกาลตรุษจีนประจำปีอีกด้วย


มุมถ่ายรูปและจิบชา

สวนจีนและสะพาน: มีสะพานโค้งสีแดงอันเป็นเอกลักษณ์ทอดยาวข้ามบ่อน้ำ ซึ่งเป็นจุดที่ได้รับความนิยมอย่างมากในการถ่ายรูป

ศาลาจีนโบราณ: มีศาลาจีนอยู่หลายจุดภายในบริเวณ ซึ่งเป็นมุมที่ให้บรรยากาศสงบและสวยงาม เหมาะสำหรับการนั่งพักผ่อนและถ่ายรูป

โรงเตี๊ยม: ภายในศูนย์ฯ ยังมีอาคารที่ออกแบบคล้ายโรงเตี๊ยมแบบจีนโบราณ มีพื้นที่ให้นั่งพักผ่อนและจิบชาได้ พร้อมสัมผัสกับบรรยากาศแบบจีนๆ อย่างเต็มที่

ข้อมูลการเดินทาง
ที่ตั้ง: ถนนศุภกิจจรรยา ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี

เวลาทำการ: 08.00 - 18.00 น.

ค่าเข้าชม: เข้าชมฟรี

หากคุณเดินทางไปอุดรธานี ที่นี่เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่คุณไม่ควรพลาดค่ะ
#16
เมนูสร้างรายได้ ไข่ตุ๋นญี่ปุ่น สูตรเนียนนุ่ม ละลายในปากรสชาติกลมกล่อม ทำง่าย ขายได้กำไร

ไข่ตุ๋นญี่ปุ่นทำง่าย ขายได้กำไร ไข่ตุ๋นญี่ปุ่นหรือชะวันมูชิเป็นคัสตาร์ดไข่ที่นุ่มละมุนและรสชาติกลมกล่อม ทำง่ายแต่เต็มไปด้วยรสชาติอูมามิ ด้วยเนื้อสัมผัสอันละเอียดอ่อนและส่วนผสมที่ปรับแต่งได้ ทำให้เมนูนี้ไม่เพียงแต่เป็นที่ชื่นชอบในอาหารญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสทางธุรกิจที่ดีสำหรับผู้ประกอบการด้านอาหาร มาดูกันว่าคุณสามารถทำชะวันมูชิได้อย่างง่ายดาย

ไข่ตุ๋นญี่ปุ่นเป็นเมนูยอดนิยมที่ทำง่ายและสร้างรายได้ดี นี่คือเคล็ดลับและสูตรที่จะช่วยให้คุณทำไข่ตุ๋นญี่ปุ่นได้อร่อยและขายดี

Chawanmushi คืออะไร?

Chawanmushi (茶碗蒸し) แปลว่า "นึ่งในถ้วยชา" ซึ่งหมายถึงวิธีการเสิร์ฟแบบดั้งเดิม Chawanmushi มีเนื้อสัมผัสเนียนคล้ายคัสตาร์ด ซึ่งเกิดจากการนึ่งส่วนผสมของไข่ ดาชิ (น้ำซุปญี่ปุ่น) และไส้ต่างๆ เช่น เห็ด กุ้ง ไก่ และลูกชิ้นปลา ซึ่งแตกต่างจากไข่เจียวหรือไข่คนทั่วไป

เคล็ดลับความอร่อย
น้ำซุปดาชิ: หัวใจของไข่ตุ๋นญี่ปุ่นคือ น้ำซุปดาชิ ซึ่งทำจากปลาโอแห้งและสาหร่ายคอมบุ น้ำซุปนี้จะให้รสชาติอูมามิที่กลมกล่อม หากไม่มีเวลาทำเอง สามารถใช้ผงดาชิสำเร็จรูปได้
ไข่สด: ใช้ไข่ไก่สดใหม่ เพื่อให้ไข่ตุ๋นมีเนื้อเนียนนุ่ม
การกรองไข่: กรองส่วนผสมไข่ผ่านกระชอนตาถี่ 2-3 ครั้ง เพื่อให้เนื้อไข่เนียนละเอียด
ไฟอ่อน: ใช้ไฟอ่อนในการตุ๋น เพื่อให้ไข่ค่อยๆ สุกและเนื้อเนียน ไม่แข็งกระด้าง
เครื่องเคียง: เพิ่มเครื่องเคียงหลากหลาย เช่น ปูอัด, เห็ดหอม, กุ้ง, หรือผักต่างๆ เพื่อเพิ่มความน่าสนใจและรสชาติ

ส่วนผสมสำหรับทำชาวันมูชิแบบคลาสสิก
ในการทำอาหารจานอร่อยนี้ คุณจะต้องมี:
ไข่ขนาดใหญ่ 2 ฟอง
น้ำซุปดาชิ 1 ½ ถ้วย (หรือใช้น้ำซุปไก่หรือผักแทนได้)
ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนชา
มิริน (ไวน์ข้าวหวานญี่ปุ่น) 1 ช้อนชา
เกลือเล็กน้อย
ไส้ตามต้องการ: เห็ดหั่นบาง กุ้ง ไก่ เค้กปลา หรือถั่วแระญี่ปุ่น
คู่มือการทำ Chawanmushi ทีละขั้นตอน

เตรียมส่วนผสมไข่

ตีไข่เบาๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดฟองอากาศ
เติมน้ำซุปดาชิ ซอสถั่วเหลือง มิริน และเกลือ จากนั้นผสมให้เข้ากัน กรองส่วนผสมผ่านตะแกรงละเอียดเพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่เนียนลื่น
เตรียมไส้

วางกุ้ง ไก่ และเห็ดไว้ที่ก้นถ้วยหรือชามทนความร้อน
เทส่วนผสมไข่ลงไป

ค่อยๆ เทส่วนผสมไข่ลงบนไส้โดยให้แน่ใจว่าไม่มีฟองอากาศก่อตัวบนพื้นผิว
ไอน้ำสู่ความสมบูรณ์แบบ

ปิดฝาถ้วยหรือฟอยล์ นึ่งด้วยไฟอ่อนประมาณ 12-15 นาที ตรวจสอบว่าสุกหรือยังโดยเสียบไม้จิ้มฟันเข้าไป ถ้ามีของเหลวใสๆ ไหลออกมา แสดงว่าสุกแล้ว!
เสิร์ฟและเพลิดเพลิน

ตกแต่งด้วยผักชีฝรั่งหรือเปลือกยูซุฝานบางๆ เพื่อเพิ่มกลิ่นหอม
เหตุใด Chawanmushi จึงเป็นแนวคิดทางธุรกิจที่ยอดเยี่ยม
ต้นทุนต่ำ กำไรสูง

ส่วนผสมมีราคาไม่แพง และลงทุนเพียงเล็กน้อยก็สามารถให้ผลตอบแทนสูงได้
สุขภาพดีและทันสมัย

ผู้บริโภคในปัจจุบันแสวงหาอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการและแคลอรี่ต่ำ ทำให้ Chawanmushi เป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบ
ปรับแต่งได้และหลากหลาย

คุณสามารถสร้างรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ด้วยไส้ที่แตกต่างกัน เช่น น้ำมันทรัฟเฟิล ปู หรือเต้าหู้ เพื่อดึงดูดกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น
เหมาะสำหรับร้านอาหารและการจัดส่ง

Chawanmushi สามารถขายเป็นเครื่องเคียง ของขบเคี้ยว หรือเป็นเมนูพรีเมี่ยมสำหรับบริการจัดส่งได้

ไข่ตุ๋นญี่ปุ่นไม่ใช่แค่เมนูธรรมดาๆ ที่อร่อยเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสทางธุรกิจที่น่าตื่นเต้นอีกด้วย ไม่ว่าคุณจะเป็นแม่บ้านที่กำลังมองหาวิธีขายอาหารทำเองหรือเจ้าของร้านอาหารที่ต้องการเพิ่มเมนูพิเศษให้กับเมนูของคุณ อาหารญี่ปุ่นคลาสสิกจานนี้ก็อาจเป็นธุรกิจที่ทำกำไรได้ ลองทำวันนี้แล้วคุณจะพบว่ามันง่ายและคุ้มค่าแค่ไหน

#17
Doctor At Home: อาหารไม่ย่อย (Dyspepsia)

อาหารไม่ย่อย หมายถึง อาการไม่สบายท้องตรงบริเวณยอดอกหรือใต้ลิ้นปี่ ที่เกิดขึ้นระหว่างหรือหลังกินอาหาร โดยมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่างร่วมกัน เช่น จุกเสียด แน่นท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ มีลมในท้อง เรอบ่อย แสบท้อง เรอเปรี้ยว คลื่นไส้ หรืออาเจียนเล็กน้อย เป็นต้น อาการจะเป็นเฉพาะบริเวณระดับเหนือสะดือ จะไม่มีอาการปวดท้องในส่วนใต้สะดือ และไม่มีความผิดปกติเกี่ยวกับการขับถ่ายร่วมด้วย  อาการนี้พบได้เกือบทุกคนทั้งเด็กและผู้ใหญ่ บางรายเป็นครั้งคราว บางรายอาจเป็น ๆ หาย ๆ เรื้อรัง อาจมีสาเหตุได้หลากหลาย ตั้งแต่เล็กน้อยจนถึงโรคที่รุนแรงหรือร้ายแรง และความผิดปกติ (พยาธิสภาพ) อาจอยู่ทั้งในและนอกกระเพาะลำไส้

สาเหตุ

เนื่องจากอาการ "อาหารไม่ย่อย" เป็นอาการแสดงของโรค มิได้หมายถึงโรคจำเพาะชนิดใดชนิดหนึ่ง จึงอาจมีสาเหตุได้ต่าง ๆ ได้แก่

1. สาเหตุที่พบบ่อยที่สุด (ประมาณร้อยละ 30-50 ของผู้ป่วยที่มีอาการอาหารไม่ย่อย) ก็คือ อาหารไม่ย่อยชนิดไม่มีแผล (non-ulcer dyspepsia) ซึ่งยังไม่ทราบสาเหตุชัดเจน สันนิษฐานว่าอาจเกิดจากมีการหลั่งกรดในกระเพาะอาหารมาก หรืออาจสัมพันธ์กับฮอร์โมน ความเครียดทางจิตใจ หรืออาหาร (เช่น อาหารมัน อาหารรสจัด อาหารสุก ๆ ดิบ ๆ อาหารย่อยยาก) หรืออาจเกี่ยวข้องกับกรรมพันธุ์ เป็นต้น

2. โรคแผลเพ็ปติก กระเพาะอาหารอักเสบ

3. โรคกรดไหลย้อน

4. เกิดจากยา (เช่น แอสไพริน ยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ สเตียรอยด์ ยาเม็ดโพแทสเซียมคลอไรด์ เตตราไซคลีน อีริโทรไมซิน เฟอร์รัสซัลเฟต ทีโอฟิลลีน เป็นต้น) รวมทั้งแอลกอฮอล์ (เช่น เหล้า เบียร์ ไวน์) ชา กาแฟ และเครื่องดื่มกาเฟอีน

5. โรคของตับ ถุงน้ำดี และตับอ่อน เช่น ตับอักเสบ ตับแข็ง นิ่วน้ำดี ถุงน้ำดีอักเสบ ตับอ่อนอักเสบเรื้อรัง

6. มะเร็ง เช่น มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งตับอ่อน มะเร็งตับ เป็นต้น ซึ่งมักพบในคนอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป

7. กระเพาะอาหารขับเคลื่อนตัวช้า ทำให้มีอาหารตกค้างในกระเพาะอาหารอยู่นาน เช่น ผู้ป่วยเบาหวานที่ระบบประสาทอัตโนมัติเสื่อม มีแผลหรือเนื้องอกในกระเพาะอาหาร เป็นต้น

8. อื่น ๆ เช่น โรคหัวใจขาดเลือด โรคกังวลทั่วไป โรคซึมเศร้า โรคลำไส้แปรปรวน เป็นต้น

อาการ

มีอาการปวดหรือไม่สบายท้อง ตรงบริเวณยอดอกหรือใต้ลิ้นปี่ ลักษณะจุกเสียด ท้องอืด ท้องเฟ้อ มีลมในท้อง เรอบ่อย แสบท้อง เรอเปรี้ยว คลื่นไส้หรืออาเจียนเล็กน้อย อาการอาจมีเพียงอย่างเดียวหรือหลายอย่างร่วมกัน โดยเกิดขึ้นระหว่างกินข้าวหรือหลังกินข้าว

บางรายอาจมีประวัติกินยา ดื่มแอลกอฮอล์  ดื่มกาแฟหรือเครื่องดื่มกาเฟอีน หรือมีความเครียด วิตกกังวล นอนไม่หลับ

ในรายที่เป็นโรคกรดไหลย้อน จะมีอาการเรอเปรี้ยว หรือแสบลิ้นปี่ขึ้นมาถึงลำคอ เป็นมากเวลานอนราบ หรือก้มตัว

ในผู้ป่วยแผลเพ็ปติก มักมีอาการแสบท้องเวลาหิวหรือหิวก่อนเวลา หรือปวดท้องตอนดึก และทุเลาเมื่อกินยาลดกรด ดื่มนม หรือกินอาหาร มักมีอาการเป็น ๆ หาย ๆ บ่อย

ในรายที่เป็นโรคตับ ถุงน้ำดี ตับอ่อน มะเร็งในช่องท้อง ในระยะแรกมีอาการแบบอาหารไม่ย่อย หรือแผลเพ็ปติก แต่ระยะต่อมามักมีอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร น้ำหนักลด ดีซ่าน หรือถ่ายดำ

ในรายที่เป็นโรคหัวใจขาดเลือด จะมีอาการจุกแน่นยอดอก และปวดร้าวขึ้นไปที่คอ ขากรรไกร หัวไหล่ พบในคนอายุ 40-50 ปีขึ้นไป อาจมีประวัติสูบบุหรี่ เป็นโรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน หรือภาวะไขมันในเลือดสูง


ภาวะแทรกซ้อน

มีภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้นตามโรคที่เป็นสาเหตุ


การวินิจฉัย

แพทย์จะทำการซักถามอาการและประวัติการเจ็บป่วย และตรวจร่างกายอย่างละเอียด เพื่อค้นหาสาเหตุ

ในกรณีที่จำเป็นต้องตรวจหาสาเหตุที่ชัดเจน แพทย์จะทำการตรวจเพิ่มเติม เช่น ตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ เอกซเรย์ อัลตราซาวนด์ ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ เอกซเรย์ กระเพาะลำไส้โดยการกลืนแป้งแบเรียม (barium meal/upper GI study) ใช้กล้องส่องตรวจกระเพาะลำไส้ (endoscopy) เป็นต้น


การรักษาโดยแพทย์

ในรายที่ตรวจไม่พบสาเหตุชัดเจน แพทย์จะให้การดูแลรักษา ดังนี้

1. ถ้ามีลมในท้องหรือเรอ ให้ยาแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ หรือยาต้านกรดที่มีไซเมทิโคนผสม ถ้าไม่ได้ผล หรือคลื่นไส้ อาเจียน ให้ยาแก้อาเจียน (เช่น ดอมเพอริโดน) ก่อนอาหาร 3 มื้อ

ถ้ามีความเครียด วิตกกังวล หรือนอนไม่หลับให้ยากล่อมประสาท

ถ้าดีขึ้น ให้กินยาประมาณ 2-4 สัปดาห์ แต่ถ้าไม่ดี จะทำการตรวจพิเศษเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุ

2. ถ้ามีอาการแสบท้องเวลาหิวหรือตอนดึก หรือจุกเสียดแน่นท้องหลังอาหาร เรอเปรี้ยว หรือมีประวัติกินยาแอสไพริน ยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ หรือดื่มแอลกอฮอล์ แพทย์จะให้ยาลดการสร้างกรดกลุ่มยับยั้งโปรตอนปั๊มป์ (เช่น โอเมพราโซล, แพนโทพราโซล, แลนโซพราโซล, ราบีพราโซล เป็นต้น) ถ้ารู้สึกทุเลาหลังกินยาได้ 2-3 ครั้ง ให้กินต่อจนครบ 2 สัปดาห์ และถ้ารู้สึกหายดีก็ให้กินยาต่อนานประมาณ 8 สัปดาห์ เพื่อครอบคลุมโรคแผลเพ็ปติกที่อาจเป็นสาเหตุของอาหารไม่ย่อยได้

3. แพทย์จะพิจารณาทำการตรวจพิเศษเพิ่มเติม (เช่น การใช้กล้องส่องตรวจกระเพาะลำไส้ การตรวจอัลตราซาวนด์ หรือ คลื่นหัวใจ) ถ้ามีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้

    กินยาลดการสร้างกรด 2-3 ครั้งแล้วยังไม่รู้สึกทุเลาแม้แต่น้อย หรือทุเลาแล้วแต่กินยาจนครบ 2 สัปดาห์แล้วรู้สึกไม่หายดี หรือมีอาการกำเริบซ้ำหลังจากหยุดกินยาจนครบ 8 สัปดาห์แล้ว
    มีอาการเบื่ออาหาร กลืนลำบาก น้ำหนักลด ซีด ตาเหลือง ตับโต ม้ามโต คลำได้ก้อนในท้อง อาเจียนรุนแรง อาเจียนเป็นเลือด หรือถ่ายดำ
    พบในผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป
    สงสัยเป็นโรคหัวใจขาดเลือด หรือนิ่วน้ำดี

แพทย์จะทำการตรวจหาสาเหตุและให้การรักษาตามสาเหตุที่พบ


การดูแลตนเอง

ถ้ามีอาการจุกเสียด ท้องอืดท้องเฟ้อ ลมในท้องหรือเรอ ให้กินน้ำขิง ขมิ้นชัน หรือยาธาตุน้ำแดง*

ถ้ามีอาการปวดแสบใต้ลิ้นปี่เวลาหิวหรือก่อนมื้ออาหาร หรือจุกแน่นใต้ลิ้นปี่หลังกินอาหาร ให้กินยาน้ำลดกรด (ยาต้านกรด หรือ antacid)*

ควรปรึกษาแพทย์ ถ้ามีลักษณะข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้

    กินยา 2-3 ครั้งแล้วไม่ทุเลา
    มีอาการต่อเนื่องนานเกิน 2-3 ชั่วโมง หรือเป็น ๆ หาย ๆ บ่อย
    มีประวัติกินยาแก้ปวด ยาแก้ปวดข้อ หรือยาชุด หรือดื่มสุรา เป็นประจำ
    มีประวัติเป็นโรคแผลเพ็ปติก โรคกรดไหลย้อน เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือไขมันในเลือดสูงมาก่อน 
    มีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ใจหวิวใจสั่น หน้ามืด ปวดท้องรุนแรง เบื่ออาหาร กลืนลำบาก น้ำหนักลด ซีด ตาเหลือง อาเจียนรุนแรง อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายดำ หรือคลำได้ก้อนในท้อง
    พบในผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป
    พบในคนอ้วน หรือสูบบุหรี่ 
    มีความวิตกกังวล หรือไม่มั่นใจที่จะดูแลตนเอง

*เพื่อความปลอดภัย ควรขอคำแนะนำวิธีและขนาดยาที่ใช้ ผลข้างเคียงของยา และข้อควรระวังในการใช้ยา จากแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาเสมอ โดยเฉพาะการใช้ยาในเด็ก สตรีที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ผู้สูงอายุ และผู้มีโรคประจำตัวหรือมีการใช้ยาบางชนิดที่แพทย์สั่งใช้อยู่เป็นประจำ

การป้องกัน

สำหรับกลุ่มที่มีสาเหตุชัดเจน เช่น โรคแผลเพ็ปติก โรคกรดไหลย้อน ก็หาทางป้องกันตามวิธีป้องกันของโรคที่เป็นสาเหตุ 

สำหรับกลุ่มที่แพทย์ตรวจแล้วไม่พบสาเหตุชัดเจน หากมีอาการเป็น ๆ หาย ๆ บ่อย ควรปฏิบัติตัวดังนี้

    งดบุหรี่ งดดื่มแอลกอฮอล์ ชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มกาเฟอีน ช็อกโกแลต น้ำอัดลม และหลีกเลี่ยงการใช้ยาแอสไพริน ยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ ยาสเตียรอยด์ เป็นต้น
    กินอาหารให้ตรงเวลาทุกมื้อ อย่ากินอาหารรสเผ็ดจัด เปรี้ยวจัด อาหารมัน ของดอง หรืออาหารสุก ๆ ดิบ ๆ หรือย่อยยาก ควรกินอาหารเย็นก่อนเวลาเข้านอนอย่างน้อย 3 ชั่วโมงขึ้นไป
    ควรเคี้ยวอาหารให้ละเอียด อย่ารีบเร่ง อย่ากินจนอิ่มมากเกินไป
    หลังกินอาหารอิ่มอย่าล้มตัวลงนอน หรืออยู่ในท่าก้มงอตัว และอย่ารัดเข็มขัดแน่น
    ถ้าน้ำหนักมากควรลดน้ำหนัก
    ถ้าเครียดควรออกกำลังกายเป็นประจำ หรือหาวิธีผ่อนคลายความเครียด เช่น สวดมนต์ ไหว้พระ ทำสมาธิ ภาวนา ตามหลักศาสนาที่นับถือ หรือดูภาพยนตร์ ฟังเพลง เล่นดนตรี ปลูกต้นไม้ ทำงานอดิเรกหาความบันเทิงใจ

ข้อแนะนำ

1. ก่อนจะวินิจฉัยอาการจุกแน่นตรงลิ้นปี่ว่า เป็นเพียงอาหารไม่ย่อยที่ไม่มีสาเหตุชัดเจน ควรมีการซักถามอาการและตรวจดูอาการอย่างละเอียด เพราะมีโรคหลายอย่างที่อาจมีอาการคล้ายอาหารไม่ย่อย เช่น โรคแผลเพ็ปติก โรคกรดไหลย้อน นิ่วน้ำดี โรคหัวใจขาดเลือด มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งตับ หรือมะเร็งในช่องท้องอื่น ๆ

2. มะเร็งกระเพาะอาหารระยะแรก (ซึ่งพบในคนอายุมากกว่า 40 ปีมากกว่าวัยที่ต่ำกว่า 40 ปี) อาจมีอาการคล้ายอาหารไม่ย่อย (dyspepsia หรือ "โรคกระเพาะ") และอาการสามารถทุเลาด้วยยาต้านกรดและยาลดการสร้างกรด แต่ต่อมาเมื่อแผลมะเร็งลุกลามมากขึ้น การใช้ยาจะไม่ได้ผล และจะมีอาการน้ำหนักลด อาเจียน หรือถ่ายดำตามมาได้ ดังนั้น หากรักษา "โรคกระเพาะ" โดยวินิจฉัยจากอาการแสดง 2 สัปดาห์แล้วไม่ดีขึ้น มีอาการกำเริบบ่อย หรือพบในคนอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป ควรปรึกษาแพทย์ให้ทำการตรวจพิเศษ (เช่น ส่องกล้องหรือเอกซเรย์กระเพาะลำไส้) เพื่อแยกแยะสาเหตุให้แน่ชัด หากพบว่าเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารจะได้รับการรักษาแต่เนิ่น ๆ ซึ่งได้ผลดีกว่าพบในระยะลุกลามแล้ว
#18
ประทับใจมากเมื่อได้ใช้บริการ รถรับจ้างย้ายบ้าน รถรับจ้างขนของ นครสวรรค์ ของที่นี่

ความประทับใจเมื่อได้ใช้บริการ รถรับจ้างขนของ นครสวรรค์

เมื่อได้ใช้บริการ รถรับจ้างขนของของ นครสวรรค์ รู้สึกประทับใจและพอใจกับบริการที่ได้รับจากทางขนส่งอย่างมาก ความเป็นมืออาชีพ ความเอาใจใส่ ราคาค่าบริการที่ไม่แพง ถือว่าคุ้มมากๆ ทั้ง รถกระบะรับจ้างขนของนครสวรรค์ รถหกล้อรับจ้างขนของนครสวรรค์ รถรับจ้างย้ายบ้านนครสวรรค์ และ รถรับจ้างทั่วไป โดยการบริการเขาเริ่มตั้งแต่

เริ่มต้นจากการติดต่อสอบถามข้อมูลเพื่อเช่ารถขนส่ง ทางขนส่งให้บริการตอบกลับอย่างรวดเร็วและสุภาพด้วยการให้ข้อมูลที่ชัดเจนและตรงประเด็น ซึ่งทำให้ผมมั่นใจและมีความเชื่อมั่นในการเลือกใช้บริการของทาง ศิริภักดีขนส่ง ได้

เมื่อได้ใช้บริการของทางขนส่ง แล้ว ผมพบว่ารถขนส่งมีความสะอาดและสภาพดีมาก นอกจากนี้ พนักงานขับรถเป็นมืออาชีพและมีประสบการณ์ในการขนส่งสินค้าอย่างดี จึงทำให้การขนส่งสินค้าเป็นไปได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ


รถรับจ้างทั่วไป ราคาถูก

ความตั้งใจและประสิทธิภาพของ รถรับจ้างนครสวรรค์ ของเรา

ทั้งนี้ การรับจ้างขนของอย่างงาน รับจ้างขนย้ายบ้าน รับจ้างย้ายหอพัก ขนย้ายคอนโด ย้ายของไปต่างจังหวัด ขนย้ายเฟอร์นิเจอร์ ขนย้ายโซฟา ต้นไม้ และสินค้าทั่วไป ทางขนส่งยังมีการให้บริการอย่างเต็มที่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการตอบโต้และแก้ไขปัญหาในการใช้บริการ หรือการให้คำปรึกษาและแนะนำที่เป็นประโยชน์ต่อลูกค้าอย่างเป็นกันเอง

ดังนั้น ผมขอแนะนำบริการ รถรับจ้างขนของนครสวรรค์ ของขนส่ง ด้วยความพอใจและประทับใจที่ได้รับจากการใช้บริการของขนส่ง ผมจึงอยากจะเขียนต่อเพื่อแสดงความชื่นชมและเป็นกำลังใจให้กับทางขนส่ง โดยเนื้อหาจะเกี่ยวกับประสิทธิภาพของบริการและความเป็นมืออาชีพของพนักงานขับรถของขนส่ง

เมื่อลูกค้าหลายคนใช้บริการของขนส่ง ผมได้พบว่าระบบการขนส่งของพวกเขามีประสิทธิภาพและได้รับการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ตั้งแต่การติดต่อสอบถามและการจัดการขนส่ง ทั้งนี้ทำให้ผมไม่ต้องเสียเวลาในการรอคอยหรือสับสนในกระบวนการที่ไม่เป็นเรื่องง่าย

นอกจากนี้ พนักงานขับ รถรับจ้างนครสวรรค์ ของขนส่งก็มีความมืออาชีพและเชี่ยวชาญในการขนส่งสินค้า ไม่ว่าจะเป็นการจัดเตรียมสินค้า การบรรจุและการขนส่งสินค้าไปยังสถานที่ปลายทาง ทำให้ผมมั่นใจและปลอดภัยว่าสินค้าของผมจะถูกขนส่งไปยังสถานที่ปลายทางอย่างถูกต้องและปลอดภัย

   
ความเอาใจใส่ของการ รับจ้างขนของ

ทั้งนี้งานบริการที่เราต้องขอยกย่องและชื่นชมทางขนส่งที่มีการบริการอย่างมืออาชีพและมีประสิทธิภาพสูงสุด จากประสิทธิภาพของบริการและความมืออาชีพของพนักงานขับรถที่ได้รับการยกย่องแล้วขนส่งยังมีบริการที่ประทับใจด้วยความเอาใจใส่และการตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างทั่วถึง

ผมได้พบกับบริการลูกค้าที่ให้คำแนะนำและความช่วยเหลืออย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นการตอบโต้ต่อคำถามหรือการแนะนำสินค้าที่ตรงกับความต้องการของผม ทำให้ผมรู้สึกว่าขนส่งให้ความสำคัญกับความพึงพอใจและความพึงพอใจของลูกค้าเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้ รถรับจ้างขนของจังหวัดนครสวรรค์ ยังมีการติดตามสถานะของสินค้าอย่างละเอียดและเป็นระบบ ทำให้ผมสามารถติดตามสถานะการขนส่งของสินค้าได้อย่างแม่นยำและทันเวลา ทำให้ผมสามารถวางแผนการจัดการสินค้าและเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพและรอบคอบ


รถขนของย้ายบ้าน ไปต่างจังหวัด

   
ความเป็นมืออาชีพ ตัวจริงเรื่องการขนย้ายของ นครสวรรค์

สุดท้ายนี้ ผมต้องขอบอกว่าศิริภักดีขนส่งเป็นบริษัทที่มีความมุ่งมั่นในการให้บริการอย่างมืออาชีพ และทำให้ผู้ใช้บริการรู้สึกปลอดภัยและพึงพอใจในการใช้บริการของพวกเขา ผมขอแนะนำศิริภักดีขนส่งให้กับผู้ที่กำลังมองหาบริการ ขนย้ายบ้าน ย้ายหอพัก ขนย้ายเฟอร์นิเจอร์ ขนย้ายต้นไม้ รับจ้างขนย้ายสินค้า ขนย้ายคอนโด รับจ้างขนของทั่วไป บริการดีมากไม่ผิดหวังแน่นอน

นอกจากความเอาใจใส่ในการให้บริการและการตอบสนองความต้องการของลูกค้า ขนส่ง ยังมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างมาก เป็นบริษัทที่มุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนและเป็นธุรกิจที่มีความสำคัญในการสร้างงานและรอยต่อทางเศรษฐกิจในพื้นที่

   
ความรับผิดชอบต่อสังคมของ รถรับจ้างทั่วไปจังหวัดนครสวรรค์

ขนส่งมีความรับผิดชอบทางสังคมและสิ่งแวดล้อมเพราะเขามีการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนและมีการใช้เทคโนโลยีที่สร้างความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยการใช้รถบรรทุกที่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น รถบรรทุกที่ใช้เชื้อเพลิงอย่างตรงประเด็น และมีการดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ลดการส่งออกของก๊าซเรือนกระจกจากการใช้รถที่มีพลังงานไหม้และปล่อยก๊าซออกไปในบรรยากาศ

นอกจากนี้ รถรับจ้างทั่วไปจังหวัดนครสวรรค์ ยังมีการดำเนินการฝึกอบรมและการพัฒนาบุคลากรเพื่อให้พนักงานขับรถและพนักงานบริการมีความรู้ความสามารถในการให้บริการลูกค้าอย่างมืออาชีพและตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้อย่างดีที่สุด

นอกจากการให้บริการที่มีคุณภาพและการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ขนส่งยังมีความสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและความเป็นกันเองในตลาดซึ่งเป็นองค์กรในภูมิภาคที่มีชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือในการให้บริการขนส่งสินค้า


ทั้งนี้ ขนส่งมีการตรวจสอบรายละเอียดและสภาพสินค้าให้ลูกค้าก่อนที่จะนำสินค้าไปส่งถึงจุดหมาย เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจว่าสินค้าจะถูกจัดส่งอย่างปลอดภัยและไม่เสียหายในระหว่างการขนส่ง ซึ่งเป็นประโยชน์สำคัญสำหรับธุรกิจและผู้ใช้บริการที่ต้องการให้สินค้าถึงมือลูกค้าในสภาพดีและเวลาที่กำหนด

ขนส่งยังมีความสำคัญในการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ เช่น ระบบติดตามการขนส่งสินค้าที่ใช้เทคโนโลยีอัตโนมัติเพื่อเพิ่มความแม่นยำในการติดตามสถานะการส่งสินค้าและสามารถแจ้งเตือนลูกค้าเมื่อสินค้าถึงได้อย่างรวดเร็วและสะดวก

   
ติดต่อเราได้ง่ายผ่าน แอฟฟลิเคชั่น ต่างๆ

จากการใช้วิธีการตลาดที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ได้สร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากลูกค้า โดยการสร้างความรู้จักและการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างธุรกิจและลูกค้า เช่น การใช้สื่อสังคมออนไลน์และเว็บไซต์ของบริษัทเพื่อเผยแพร่สินค้าและบริการของขนส่ง การจัดกิจกรรมพิเศษหรือการแข่งขันเพื่อเพิ่มความสนุกสนานและการสะสมคะแนนสะสมแลกของรางวัล เพื่อลูกค้ามีส่วนร่วมและประทับใจ

ทั้งนี้ขนส่งยังได้เน้นในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าในด้านการบริการด้วยวิธีการที่มีประสิทธิภาพ โดยมีการให้บริการตลอดเวลา 24 ชั่วโมง และการตอบกลับสอบถามของลูกค้าโดยเร็วและมีคุณภาพ ซึ่งเป็นสิ่งที่สร้างความพึงพอใจและความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า


นอกจากนี้ รถรับจ้างขนของ นครสวรรค์ขนส่งยังให้ความสำคัญกับการสร้างสัมพันธภาพที่ดีต่อพนักงาน และการพัฒนาทักษะและความสามารถของพนักงานทุกคน เพื่อให้สามารถปรับตัวและเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้พนักงานของขนส่งมีความสุขและรู้สึกพึงพอใจในการทำงาน ซึ่งส่งผลให้บริการขององค์กรราบรื่นและตั้งใจบริการที่สูงนั่นเอง
รถรับจ้าง
#19
รถกระบะรับจ้างขนของนนทบุรี ย้ายเครื่องจักร ขนของหนัก สะดวก ปลอดภัย พร้อมทีมงานมืออาชีพ

การขนย้ายเครื่องจักรและของที่มีน้ำหนักมากๆ ต้องการความชำนาญเป็นพิเศษ เนื่องจากเครื่องจักรหรือของหนักนั้นมีลักษณะที่แตกต่างจากสิ่งของทั่วไป ทั้งในแง่ของขนาด รูปทรง และความไวในการเคลื่อนย้าย ซึ่งหากไม่ใช้วิธีการหรืออุปกรณ์ที่เหมาะสม อาจทำให้เกิดความเสียหายต่อเครื่องจักรหรือทรัพย์สิน รวมถึงความเสี่ยงในการบาดเจ็บของผู้ขนย้ายได้ รถรับจ้างนนทบุรี ทีมงานที่มีประสบการณ์ในการขนย้ายเครื่องจักรและของหนักนั้น จะมีความรู้ความเข้าใจในการเลือกใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ที่เหมาะสม เครื่องมือยกของหนัก ซึ่งจะช่วยให้การขนย้ายเป็นไปอย่างปลอดภัยค่ะ ด้วยการวางแผนที่ดีและการประเมินสถานการณ์อย่างละเอียด ทีมงานที่มีความชำนาญสามารถจัดการกับการขนย้ายที่ซับซ้อนได้อย่างราบรื่น ช่วยให้ผู้ที่ต้องการขนย้ายสามารถทำการขนย้ายได้อย่างมั่นใจ โดยไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับปัญหาหรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นระหว่างกระบวนการขนย้าย

1.    การบริการขนย้ายเครื่องจักรและของหนักที่สะดวก

บริการรถรับจ้างนนทบุรี มีรถขนาดต่าง ๆ เช่น รถ 6 ล้อรับจ้าง 10 ล้อ รถเทรลเลอร์ และรถเฮี๊ยบ ที่สามารถใช้ในการขนย้ายเครื่องจักรและของหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทีมงานที่มีประสบการณ์และมีความรู้ในการขนย้ายจะช่วยให้กระบวนการทั้งหมดเป็นไปอย่างสะดวก รวดเร็ว โดยไม่ทำให้เกิดความเสียหายกับเครื่องจักรหรือของที่ขนย้าย


2.    ความปลอดภัยในการขนย้าย

ความปลอดภัยเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการขนย้ายของหนัก โดยเฉพาะเครื่องจักรที่มีมูลค่าสูง รถรับจ้างนนทบุรี ที่มีมาตรฐานและทีมงานมืออาชีพ จะช่วยตรวจสอบเส้นทางการขนย้ายอย่างละเอียด เพื่อหลีกเลี่ยงอุปสรรคหรืออันตรายที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงการใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ทันสมัยเพื่อป้องกันความเสียหายให้กับสินค้าของลูกค้า


3.    รถรับจ้างนนทบุรี ทีมงานมืออาชีพพร้อมให้บริการ

ทีมงานของ บริการรถรับจ้างนนทบุรีประกอบด้วยผู้ขับขี่ที่มีประสบการณ์สูงในการขนย้ายเครื่องจักรและของหนัก และเจ้าหน้าที่ช่วยขนย้ายที่มีความชำนาญ โดยทีมงานจะมีการเตรียมตัวล่วงหน้าอย่างดี ทั้งการติดตั้งอุปกรณ์เสริมเพื่อป้องกันการกระแทกและการขนย้ายอย่างปลอดภัย รวมทั้งการประสานงานอย่างเป็นมืออาชีพเพื่อให้การขนย้ายเสร็จสิ้นได้อย่างรวดเร็ว


4.    รถรับจ้างนนทบุรี บริการครบวงจร

บริการรถรับจ้างนนทบุรี ไม่เพียงแต่ขนย้ายเครื่องจักรหรือของหนักเท่านั้น แต่ยังมีบริการเสริมอื่น ๆ เช่น การบรรจุหีบห่อ การยกของหนัก รวมถึงการจัดการเรื่องการจอดรถและการจัดการเส้นทางให้เหมาะสมกับการขนย้ายในแต่ละพื้นที่ ลูกค้าจึงมั่นใจได้ว่า ทั้งการขนย้ายและการให้บริการจะทำอย่างครบวงจรและเป็นไปตามความต้องการค่ะ


5.    รถรับจ้างนนทบุรี บริการ 24 ชั่วโมง

อีกหนึ่งข้อดีของการใช้ บริการรถรับจ้างนนทบุรี คือการมีบริการตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ว่าคุณจะต้องการขนย้ายเครื่องจักรหรือของหนักในเวลาที่เร่งด่วนหรือช่วงเวลาที่ไม่ปกติ ทีมงานพร้อมที่จะให้บริการตลอดเวลา โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการจัดการที่ล่าช้า หรือเวลาที่ไม่สะดวก


6.    รถรับจ้างนนทบุรี ราคาถูก

การขนย้ายเครื่องจักรและของหนักอาจดูเหมือนเป็นการลงทุนที่สูง แต่ รถรับจ้างนนทบุรี มีบริการที่มีราคาย่อมเยาและคุ้มค่า โดยการคิดราคาจะพิจารณาจากระยะทางและลักษณะของการขนย้าย ทำให้ลูกค้าสามารถเลือกบริการที่ตรงกับความต้องการและงบประมาณได้ โดยยังคงมั่นใจในความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการขนย้าย


การรับประกันความพึงพอใจ เราพร้อมให้บริการด้วนความระมัดระวังหากเกิดข้อผิดพลาดหรือปัญหาที่ไม่พึงประสงค์ในระหว่างการขนย้าย ทีมงานจะพร้อมแก้ไขและจัดการปัญหาทันที เพื่อให้ลูกค้าได้รับบริการที่ดีที่สุดและมั่นใจว่าของทุกชิ้นจะถึงปลายทางอย่างปลอดภัย รถรับจ้างนนทบุรีขนย้ายที่สะดวกในทุกพื้นที่ ครอบคลุมพื้นที่ที่กว้างขวางและสามารถให้บริการขนย้ายได้ทั่วทั้งจังหวัดและพื้นที่ใกล้เคียง ลูกค้าสามารถมั่นใจได้ว่าไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนในนนทบุรี ทีมงานพร้อมให้บริการขนย้ายถึงที่ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการเดินทางที่ยากลำบาก

การขนย้ายของที่มีน้ำหนัก ในนนทบุรีไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป หากเลือกใช้ บริการรถรับจ้างนนทบุรี ที่มีความเชี่ยวชาญและทีมงานมืออาชีพ เพียงแค่ติดต่อผ่านช่องทางที่สะดวก ทีมงานจะมอบคำแนะนำเกี่ยวกับการขนย้าย ประเมินราคา และเตรียมรถพร้อมอุปกรณ์ที่จำเป็น เพื่อให้การขนย้ายของคุณเป็นไปอย่างราบรื่น ปลอดภัย และคุ้มค่าที่สุดค่ะ เลือกใช้ บริการรถรับจ้างนนทบุรี เพื่อขนย้ายเครื่องจักรและของหนักอย่างมั่นใจ พร้อมทีมงานมืออาชีพที่จะทำให้ทุกการขนย้ายเป็นเรื่องง่ายและปลอดภัยค่ะ
#20
จัดฟันบางนา: การจัดฟันแบบใส ต้องเลือกอะไรบ้างก่อนเข้ารับการรักษา

การจัดฟันแบบใส ถือเป็นนวัตกรรมการจัดฟันรูปแบบใหม่ที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน เพราะการจัดฟันแบบใสในรูปแบบนี้มีการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการรักษา ทำให้มีผลการรักษาที่แม่นยำ นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้การจัดฟันแบบใสเป็นที่สนใจและได้รับความนิยมมาก โดยเฉพาะในกลุ่มดารา นัดแสดง หรือคนที่ใส่ใจในเรื่องของสุขภาพชิ่งปากและฟัน และอยากมีบุคลิกภาพที่ดี

ซึ่งต้องบอกว่า การจัดฟันแบบใสนั้น เป็นการจัดฟันที่ไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของผู้เข้ารับการจัดฟันเลย ทั้งยังสะดวกสบายในเรื่องของการดูแลช่องปากและฟันอีกด้วย หลายคนที่อยากเข้ารับการจัดฟัน คงจะสงสัยว่า ก่อนการเข้ารับการจัดฟันแบบใสนั้น เราจะต้องเลือกดูหรือศึกษารายละเอียดในเรื่องใดบ้าง เพื่อให้การจัดฟันมีผลการรักษาที่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาได้อย่างแท้จริง และเป็นไปตามที่เราต้องการ ถึงแม้ว่า การจัดฟันแบบใส เราจะสามารถพูดคุยกับทันตแพทย์และร่วมกันวางแผนการรักษาได้ แต่เราก็ต้องเลือกดูรายละเอียดต่างๆเกี่ยวกับการเข้ารับการจัดฟันแบบใส เพื่อให้เราได้รับการรักษาที่ตรงโจทย์มากที่สุด

วันนี้ทางคลินิกเรามาจะพูดถึงประเด็นที่ว่า ก่อนการเข้ารับการรักษาผู้เข้ารับการจัดฟัน ควรที่จะศึกษาหรือเลือกดูอะไรบ้างก่อนเข้ารับการจัดฟันแบบใส เพื่อที่จะได้เป็นแนวทางในการจัดฟัน ให้สามารถแก้ไขปัญหาของผู้เข้ารับการจัดฟันได้อย่างตรงจุด และสามารถรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อที่จะได้ใช้งานฟันของเราได้อย่างเต็มที่ และไม่เกิดปัญหาในอนาคต

สำหรับการเข้ารับการจัดฟันแบบใส เราอยากให้คุณเลือกดูโปรแกรมการรักษาหรือรูปแบบการจัดฟันแบบใส ให้เหมาะสมกับปัญหามากที่สุด แต่ในข้อนี้ ทันตแพทย์ผู้ทำการรักษาจะแนะนำให้อีกทีก่อนเข้ารับการรักษา ซึ่งต้องอธิบายก่อนว่า การเข้ารับการจัดฟันแบบใสนั้น มีด้วยกันหลายรูปแบบ ซึ่งแต่ละแบบก็จะมีการรักษาและผลลัพธ์ที่แตกต่างกันออกไป  เพราะมีจำนวนเครื่องมือและลูกเล่นในการใช้งาน ซึ่งแน่นอนมันมีผลต่อการรักษาเคสยาก-ง่าย และยังมีราคาที่แตกต่างกันด้วย ต่อมาเราควรเลือกคลินิกที่มีความน่าเชื่อถือ มีมาตรฐานตามหลักทันตกรรม อย่างที่คลินิก Idol Smile ของเรามีมาตรฐานตามหลักสากล และยังมีทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านการจัดฟันแบบใส ทั้งยังได้รับการรับรองสูงสุดจาก INVISALIGN ให้สามารถให้บริการการจัดฟันแบบใสได้อย่างถูกต้อง มีความปลอดภัย มีความน่าเชื่อถือด้วย ในเรื่องต่อมาก็คือเรื่องของค่าใช้จ่ายในการเข้ารับการจัดฟันแบบใส

ซึ่งหลายคนคงทราบกันดีอยู่แล้วว่า การจัดฟันแบบใส INVISALIGN มีราคาค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไร และทราบดีอยู่แล้วว่าปัญหาฟันของผู้เข้ารับการรักษานั้น มีความยากหรือง่าย ดังนั้น ผู้เข้ารับการรักษาอย่าฝืนใช้งบประมาณต่ำเกินไป แต่ทันตแพทย์ก็จะเลือกรูปแบบการรักษาที่ดีและมีประสิทธิภาพที่เหมาะสมกับกับเราให้อยู่ดี ในเรื่องนี้ทางคลินิกของเราก็มีเจ้าหน้าที่คอยให้คำปรึกษาในเรื่องของค่าใช้จ่าย ผู้เข้ารับการรักษาสามารถแบ่งจ่ายเป็นงวดได้ เพื่อที่จะได้สะดวกและได้รับการรักษาที่ต่อเนื่อง เพื่อให้คุณได้มีฟันที่มีประสิทธิภาพในการใช้งานได้อย่างเต็มที่

ดังนั้น ผู้เข้ารับการรักษาไม่ต้องกังวลในเรื่องของค่าใช้จ่าย และในเรื่องของรูปแบบการรักษา เรามีทันตแพทย์ที่จะช่วยวิเคราะห์ถึงปัญหาของรูปร่างฟัน และเลือกรูปแบบการจัดฟันแบบใส ให้คุณอย่างเหมาะสมมากที่สุด

หากใครสนใจเข้ารับการจัดฟันแบบใส สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดหรือข้อมูลจากทางคลินิกได้ เพราะทางเรามีทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชายในเรื่องของการจัดฟัน และได้รับการรับรองสูงสุดจาก INVISALIGN เพื่อให้สามารถรักษาด้วยการจัดฟันแบบใสได้อย่างปลอดภัย ทั้งนี้เรามีสถานทันตกรรมที่มีความสะอาด น่าเชื่อถือ สามารถให้บริการลูกค้าด้วยความปลอดภัยอย่างแน่นอน เพราะเราใส่ใจในเรื่องของสุขภาพช่องปากและฟันของคุณ อยากให้ทุกคนมีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดี เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและทำให้เรามีสุขภาพที่ดีด้วย